S T A T U S : ค ง เ ดิ ม . .
" อะไร ๆ ก็ไม่สำคัญเท่า "ใจ" ชีวิตจะเหนื่อยหนักสักแค่ไหน
ถ้า "ใจ" ยังไหวอยู่-ชีวิตก็อยู่ได้
แต่ถ้า "ใจ" ไม่ไหวแล้ว...ชีวิตก็แผ่วตาม "
อ่านเจอข้อความนี้จากนิตยสารเล่มหนึ่ง เชื่อว่าหลายคนอ่านแล้วคงเห็นด้วย
เรื่องของ "ใจ" เป็นอะไรที่สำคัญจริง ๆ
"ใจ" เป็นเหมือนกองบัญชาการ ที่สามารถกำหนดด้านมืดและด้านสว่างให้กับชีวิต
หลายครั้งที่เราลุกไม่ขึ้น...เพราะใจล้ม
หลายครั้งที่เราแพ้...เพราะใจพ่าย
หลายครั้งที่เราท้อ...เพราะเราถอย
...ในทำนองเดียวกัน...
หลายครั้งที่เราลุกได้...เพราะใจไม่ล้ม
หลายครั้งเราชนะ..เพราะใจไม่พ่าย
หลายครั้งเราไม่เหนื่อย...เพราะใจไม่ล้า
ด้วยเหตุนี้...
"ใจ" จึงเป็นตำแหน่งบอกอาการต่าง ๆ ของชีวิต เช่น...
ดีใจ..ถูกใจ.ชอบใจ..สมใจ..โล่งใจ..เบาใจ..
สบายใจ..โดนใจ..ได้ใจ..บันเทิงใจ..
ช้ำใจ..น้อยใจ..เสียใจ..หวั่นใจ..หนักใจ..
กลุ้มใจ..เหนื่อยใจ..เจ็บใจ..แค้นใจ..ท้อใจ..
ถอดใจ..หมดใจ..ฯลฯ
ดู ๆ ไปแล้วก็น่าเห็นใจหัวใจ
เพราะทำงานหนักมาก..ต้องรับหลายบทบาทเหลือเกิน
เรา-ในฐานะเจ้าของหัวใจ จึงควรหมั่นคอยดูแลรักษาดวงใจให้อยู่ในสภาพดี
เราจะได้มีชีวิตอยู่อย่างคนมีจิตใจ..ไม่ใช่อยู่ไปวัน ๆ แบบไร้ชีวิตชีวา
ไม่ว่าอารมณ์ด้านบวกหรือด้านลบ ล้วนมีผลกับจิตใจทั้งสิ้น
เราจึงต้องดูแลหัวใจทั้งในยามสุขและยามทุกข์
เพราะทั้งความทุกข์และความสุข
สามารถสร้างปัญหาให้กับจิตใจของเราได้เท่าๆกัน
ถ้าทุกข์มาก ๆ ...จิตใจก็แอบวิตกกังวล
วิตกกังวลว่าเราจะได้เจอความสุขอีกหรือเปล่า
การที่เราตีกรอบความรู้สึกไม่ให้ยินร้ายกับความทุกข์
ไม่ให้ยินดีกับความสุข
คงเป็นเรื่องทำใจได้ยากในความเป็นจริง
แต่ถ้าเราพยายาม "เข้าใจ" เรื่องราวแต่ละเรื่องตามที่มันเป็น
อะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิต-จะง่ายขึ้น
หากเราไม่พยายามเข้าใจ...เราจะทุกข์ใจ
พอทุกข์ใจ..เราจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทุกข์ใจ
แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เข้าใจ
โอยยยยย...ชักเวียนหัว
สรุปว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต
เราควรมองทุกอย่างด้วยความเข้าใจ
เข้าใจว่า..หลายสิ่งหลายอย่างไม่อาจเป็นไปดังใจเรา
เข้าใจว่า..เราไม่สามารถเข้าใจทุกคนได้
เข้าใจว่า..ไม่มีอะไรในชีวิตที่แน่นอนตายตัว
เข้าใจว่า..ทุกข์และสุขเป็นอารมณ์ชั่วคราว
เข้าใจว่า..ไม่ควรหวังให้คนอื่นมาเข้าใจเราทุกเรื่อง
เข้าใจว่า..ปัญหาสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
เข้าใจว่า..ต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจ
บางคนถามว่า..เข้าใจแล้วยังไงต่อไป ?
ก็ไม่ยังไงหรอก...
ถ้าเข้าใจแล้ว..เราก็หมดเรื่องสงสัยไงล่ะ
เมื่อหมดความสงสัย..ก็หมดความคับข้องใจ
เมื่อไม่คับข้องใจ..ก็ไม่ต้องทุกข์ใจ
เมื่อไม่ทุกข์ใจ...ก็เป็นสุขใจ
...คนที่พร้อมจะเข้าใจทุก ๆ เรื่องราว จะเป็นคนที่เข้าใจโลก-เข้าใจชีวิต
สามารถอยู่กับตัวเองและอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างไม่ขัดแย้ง
ชีวิตจะมีความสุขและสมดุล
..ส่วนคนที่ไม่ยอมเข้าใจเรื่องใด ๆ ทั้งนั้น
จะมีอารมณ์คุกรุ่นขัดเคืองใจอยู่ตลอดเวลา
ทำให้ไม่มีใครอยากข้องแวะเกี่ยวข้องด้วย
เพราะคนประเภทนี้ต้องการให้คนอื่นเข้าใจตัวเองฝ่ายเดียว
แต่ตัวเองไม่เคยเข้าใจใครหรือเข้าใจอะไรเลย
การทำความเข้าใจเรื่องต่างๆในชีวิต
ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเข้าใจจริง ๆ ไปซะทุกเรื่อง
เพราะบางเรื่องอาจสุดวิสัยที่จะยอมรับและเข้าใจ
แต่ถ้าเรื่องไหนเราไม่เข้าใจ
เราก็เพียงแต่ยอมรับอย่างเข้าใจว่าเราไม่เข้าใจ
แต่ไม่ต้องแสวงหาความเข้าใจด้วยการตั้งคำถามว่า "ทำไม"
บางทีคำถามว่า "ทำไม" นี่แหละที่ทำให้เราไม่เข้าใจหนักขึ้น
สังเกตุดูสิ ว่าเรามักจะพูดว่า..
"ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้"
"ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมต้องเป็นฉันที่โชคร้าย"
"ทำไมเขาถึงเป็นคนที่ไม่รู้จักเข้าใจอะไรเลย"
และอีกสารพัดทำไม..ที่เราสรรหาเป็นคำถามขึ้นมา
แล้วความทุกข์ก็เกิดขึ้นตรงนี้แหละ
ตรงที่เราพยายามขุดหาเหตุผลว่า "ทำไม ๆ ๆ ๆ"
พอได้รับรู้เหตุผลที่ไม่ถูกหู-ไม่เข้าตากรรมการ
เราก็ร้อนรนพลุ่งพล่านอยู่กับความไม่เข้าใจต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เพราะว่าเราอยากเข้าใจตามแบบตัวเอง
อยากให้คนอื่นเข้าใจความคิดของเรา
อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามความเข้าใจของเรา
ซึ่งเราต้องเข้าใจว่ามันเป็นไปไม่ได้
ลองตัดทุกข์ด้วยการตัดคำว่า "ทำไม" ออกไปเสียบ้างสิ
แล้วหันมาทำความเข้าใจตามที่เห็นและเป็นอยู่
เห็นอะไร..ก็เข้าใจไปตามนั้น
เป็นแบบไหน..ก็เข้าใจไปตามนั้น
รู้สึกยังไง..ก็เข้าใจไปตามนั้น
ไม่ต้องสนว่า "ทำไม" สนใจแค่ว่า "อะไร" -ก็พอ
แล้วจะพบว่า..ใจเบาหวิวขึ้นอีกเป็นกอง
สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างสำหรับชีวิตก็คือ "ความไม่เข้าใจ"
ถ้าเรามีแต่ความไม่เข้าใจอยู่เต็มพื้นที่หัวใจ
เราจะไม่เหลือหัวใจไว้สัมผัสความสุขใดๆเลย
แต่ถ้าเราอยากให้ชีวิตดำเนินไปอย่างสบาย ๆ
ก็ไม่ควรทำตัวเป็นคนเข้าใจอะไรยาก
เพราะชีวิตจะยากเท่าเดิม..หากเราไม่ยอมเข้าใจ
แต่ชีวิตจะง่ายกว่าเก่า-เพียงแค่เราเพิ่ม "ความเข้าใจ"
ไม่ว่าต้องประสบพบเจออะไรในวันข้างหน้า
ขอเพียงเรา..เข้าใจไปตามนั้น-ตามที่มันเป็น
ไม่ใช่เข้าใจตามที่ใจเราอยากให้เป็น
แล้วทุกข์ทุกอย่างจะจางลง...
Story by : ปัน- ปัน
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
เป็นบทความที่อ่านแล้วโดนมากมาย
อาการคิดมากลดลงในพริบตา ฮ่า ๆ ๆ ว่าไปนั่น
