2007/Sep/18

เรามาคนเดียวและต้องจากไปคนเดียวเป็นประโยคที่คุ้นหูกันดี

บางคนบอกว่าได้ยินแล้วรู้สึกโดดเดี่ยวบอกไม่ถูก

บางคนบอกฟังแล้วเหงาๆ ปนน่ากลัวขนหัวลุก

อะไรที่เป็นความจริงมักเป็นอย่างนี้

ไม่ค่อยโสภาหู..ไม่ค่อยละมุนละม่อมความรู้สึก

แต่คงต้องยอมรับว่า...

ประโยคนี้เป็นคำเตือนให้เราเห็นสัจธรรมชีวิตว่า

ทุกคนบนโลกนี้ล้วนมีชีวิตเดี่ยวๆ

เพียงแต่มีการเกาะเกี่ยวสายสัมพันธ์กับคนอื่นๆ

ตามธรรมชาติของการใช้ชีวิตในสังคม

ที่ต้องมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในเรื่องต่างๆ

แต่ความจริงก็คือ...

เราต้องหัดเดินอยู่บนถนนชีวิตด้วยตัวเอง

ต้องรู้จักใช้ชีวิตด้วยตัวเอง และต้องรู้จักอยู่กับตัวเอง

เพื่อที่ว่า..วันที่ไม่มีใครคอยประคอง

ชีวิตจะสามารถยืนหยัดและสามารถเดินต่อไปได้

พอบอกว่าต้องใช้ชีวิตเอง..ต้องคิดเอง..

ต้องไปไหนเอง..ต้องทำอะไรเอง..

หลายคนอาจรู้สึกผวาและไม่มั่นใจ

แต่ความจริงแล้วการหาเวลาปลีกวิเวก

ลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองตามลำพังเสียบ้างเป็นเรื่องดี

เราจะได้เรียนรู้ตัวเองเพิ่มขึ้นว่า..

- เราสามารถไปไหน ทำอะไรคนเดียวได้หรือเปล่า
- เรามีจิตใจที่เข้มแข็งพอจะดูแลตัวเองได้ไหม
- เรามีความคล่องตัวในการใช้ชีวิตแค่ไหน
- เราสามารถเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้หรือไม่

ฯลฯ

บางที..เราอาจได้คำตอบว่าเราดูแลตัวเองได้น้อยมาก

เป็นโรคกลัวความโดดเดี่ยว

ต้องมีเพื่อนช่วยคิดช่วยเหลือตลอดเวลา

หรือเราอาจได้คำตอบว่าเราสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง

ใช้ชีวิตได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องพึ่งพาใครมากมาย

คำตอบที่ได้..จะช่วยให้เรารู้จักและมองเห็นตัวเอง

ทำให้เรารู้ว่าเราควรปรับเปลี่ยนตัวเองยังไง

ต้องเพิ่มหรือลดเรื่องไหน

เพื่อให้ตัวเองมีศักยภาพในการใช้ชีวิตดีขึ้น

การได้ต่อสู้ดิ้นรนแบบตัวคนเดียวโดดๆ

จะช่วยให้ความคิดและจิตใจแข็งแกร่ง

การที่เราได้ทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเอง

จะทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น

และไม่เป็นตัวภาระสำหรับคนอื่น

แต่ตราบใดที่เราไม่ยอมปล่อยมือจากคนอื่น

ยังทำตัวเป็นน้องพึ่งพา มองหาที่พึ่งพิงอยู่เป็นนิจ

วันๆได้แต่ชะเง้อหาคนช่วยเหลือเรื่องนั้นเรื่องนี้

เราจะไม่มีวันแข็งแรง..ไม่มีวันบินเดี่ยวได้

และไม่มีทางมีชีวิตอยู่อย่างอาจหาญ

คนที่อยู่ไม่ได้ด้วยตัวเองนี่..ค่อนข้างลำบากนะ

ต่อให้หาคนช่วยได้ทุกเรื่อง

แต่ก็ต้องผจญความลำบากอยู่ดี

ลำบากตรงที่ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ค่อยได้ไงล่ะ

ต้องนั่งคอยความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว

ถ้าไม่มีคนทำให้..ไม่มีใครช่วย

ชีวิตก็ไม่ต่างอะไรจากคนเป็นอัมพาต

เพราะคิด-ทำอะไรเองแทบไม่เป็นเลย

ถ้าใครปล่อยให้ตัวเองเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ชีวิตจะกระท่อนกระแท่นไปจนตาย

บางคนแย้งบอกว่า..

"คนเราต้องพึ่งพากันสิ..

ใครจะไปทำอะไรด้วยตัวเองได้ทุกอย่างล่ะ"

ก็ใช่อยู่หรอกนะ..แต่การพึ่งพาช่วยเหลือในเรื่องต่างๆต้องมีลักษณะ " ซึ่งกันและกัน "

คือเราอาจขอความช่วยเหลือบ้างในบางครั้ง

และเราสามารถให้ความช่วยเหลือได้ในบางคราว

แบบนี้เขาถึงจะเรียกว่าการพึ่งพาซึ่งกันและกัน

ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำตัวเป็นชาวเกาะ

คอยเกาะหาความช่วยเหลืออีกฝ่ายอยู่ร่ำไป

สำหรับใครที่ชีวิตนี้..

ฉันไปไหนมาไหน-ทำอะไรคนเดียวไม่ได้แน่ๆ

ขอให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่

อย่าเพิ่งสบประมาทตัวเองแบบนั้น

เราเกิดมามีชีวิตได้ถึงทุกวันนี้

แปลว่าเราต้องมีความสามารถพอตัว

ถ้าเรารู้จักฝึกใช้ชีวิตตามลำพังให้ได้

เราจะค่อยๆแกร่งตามลำดับ

เรื่องไหนที่เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ยากเย็นนัก

เราก็หัดลงมือสะสางเรื่องพวกนั้นเอง

เมื่อเราได้ทำอะไรมากขึ้น

เราจะเกิดความรู้สึกดีกับตัวเอง

ต่อไปเราจะอยากทำอะไรด้วยตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนเรื่องยากๆ ที่เราไม่เคยทำ-เพราะคิดว่าทำไม่ได้

เลยส่งต่อให้คนอื่ยช่วยจัดการให้

ก็ให้ทดลองหยิบจับมาทำเองดูสักตั้ง

ทำได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที

ขออย่างเดียว..ขอให้ลองทำดูก่อน..

จับพลัดจับผลูเกิดทำได้ขึ้นมาจะได้กรี๊ดให้ตัวเองสักสามทีว่า

" ฉันทำด้ายยยย.. "

แต่ถ้าลองทำแล้วปรากฏว่าไม่รอดก็ไม่เป็นไร

อย่างน้อยก็ได้ลองทำแล้ว

เห็นไหม..แค่นี้เอง

แค่พยายามทำอะไรด้วยตัวเองให้ได้

เรื่องที่ทำไม่ได้.ให้ทำให้เป็นบ้าง

เรื่องที่พอทำได้..ให้ทำให้ดีขึ้น

เรื่องที่ทำได้ดีอยู่แล้ว..ให้ทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เท่านี้เราก็สามารถเป็น " เดี่ยวมือหนึ่ง "

สามารถใช้ชีวิตเดี่ยวๆ ได้แบบไม่หวาดกลัวอีกต่อไป

ทีนี้ละ..ไม่ว่าจะต้องมีชีวิตอยู่ตามลำพัง

หรือใช้ชีวิตร่วมกับใครก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว

เพราะเรามีตัวเราเป้นที่พึ่งที่เข้มแข็งและไว้ใจได้

เหมือนอย่างที่..

Sir Winston Churchill รัฐบุรุษชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่า..

" Solitary trees, if they grow at all, grow strong "

( ต้นไม้ที่ขึ้นอย่างโดดเดี่ยว ถ้าเติบโตเองได้ จะเป็นต้นไม้ที่แกร่ง )

การพยายามดูแลชีวิตตัวเองให้ได้ในทุกๆเรื่อง

อาจทำให้เราเมื่อยล้าเบื่อหน่าย

อาจทำให้ท้อถอยหมดกำลัง

อาจทำให้เรารู้สึกเงียบเหงาเดียวดาย

แต่การมีชีวิตโดยยืนอยู่บนขาของตัวเอง

ย่อมดีกว่ามีชีวิตโดยอาศัยขาของคนอื่น

..ไม่ใช่หรือ?..


- - - - - - - - - - - - - - - - - -เรื่องส่วนตัวหากไม่ต้องการอ่าน ท่านสามารถเลือกที่จะปิดได้.. ???

เธอ.. ที่รัก

ไม่มีไร อยากพูดถึงเฉยๆ

สรุปคือ..อยากกวนทีน.. เปล่าๆ ล้อเล่น แฮะ ๆ

ผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ กับอีก 2 วัน แปลก ๆ ดี..

แปลกที่ยังเหมือน ๆ เดิม

เธอที่เป็นเธอ กับฉันที่เป็นฉัน

เราพูดคุยมากกว่าปกตินะในแต่ละวันว่าไหม

แต่ก็ไม่รู้สินะ ก็แค่ฉันอยากคุยกับเธอก็เท่านั้นเอง

แปลกที่ฉันยิ่งคุยกับเธอฉันก็ยิ่งรักเธอ..

เธอบอกว่าไม่อยากคิดเรื่องแย่ ๆ ในอนาคตใช่ไหม ?

ฉันเองก็ไม่อยากคิดถึงเหมือนกัน

มันก็คงมีต้องบ้างที่จะเข้ามาเป็นเรื่องปกติ

แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถรู้อนาคตที่จะเกิดขึ้นจริงๆได้

เพราะงั้นก็อย่าคิดอะไรมากดีกว่าไหม..

" อย่าคิดอะไร " ไม่ได้หมายความว่า

เราไม่ใส่ใจกัน..

ฉันว่าเธอเข้าใจที่ฉันพูดแฮะ..

ก็ เธอเองเริ่มพอจะเดาความคิดฉันออกบ้างแล้วนี่นะ

บางทีฉันอาจพาเธอเป็นคนคิดมากไปด้วยหรือเปล่าเนี่ย

ก็ฉันมันเป็นคนมีปัญหา คิดไรไปเรื่อย

คงต้องไปหัดนั่งสมาธิอย่างที่แม่ฉันและเธอว่าอ่านะ

เผื่อจะมีบ้างสักหลายๆนาที ที่ความคิดหยุดทำงาน.. ซึ่งไม่มีทาง - -*

เธอ.. จะเจ้าชู้บ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา

แต่ฉันมันอดไม่ได้ที่จะหวงน่ะนะ จะแสดงออกก็ไม่รู้ว่าแบบไหนมันเหมาะ

ก็เลย.. นิ่งๆไปก่อนละกัน ไม่อยากระเบิด ดูไม่ดี ฟังดูน่ากลัวเนอะ 55+

รู้ไว้นะ.. เธอทำให้ฉันหึงได้เสมอแหละ

อย่าแปลกใจที่เห็นฉันนิ่ง เพราะนั่นแหละ นิสัยพื้นฐานของฉันเองแหละ

มีอะไรนิ่งไว้ก่อน แล้วคิดตาม.. พร้อมแก้ไข..

PS*

*รักเธอ

*คิดถึงเธอ

*เจ้าชู้ไม่รู้ตัว หึ ๆ ๆ

* ขอ ติด TAG ไว้ก่อนนะ พี่บี เดี๋ยวตอบจ้า Entry หน้า

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่านแล้วรู้สึกว่า
การทำอะไรคนเดียวมันก้อมะได้เหงาเสมอไป
มียางมุมที่มันยังเปนสิ่งที่ดีอยู่

เราสามารถมีเวลาค้นหาและปรับปรุงตัวเองมากขึ้น

เห้อ.........
#1  by  Hitsugaya + byakuya ★ BLEACH At 2007-09-19 13:18, 
เราต้องทำอะไรเองก็จริง
แต่บางครั้งมีนก็เหงา
เกินไป
#2  by  Mr.show At 2007-09-19 16:23, 

<< Home


★。♣。IIchiKaWa。♣。★
View full profile