เรามาคนเดียวและต้องจากไปคนเดียวเป็นประโยคที่คุ้นหูกันดี
บางคนบอกว่าได้ยินแล้วรู้สึกโดดเดี่ยวบอกไม่ถูก
บางคนบอกฟังแล้วเหงาๆ ปนน่ากลัวขนหัวลุก
อะไรที่เป็นความจริงมักเป็นอย่างนี้
ไม่ค่อยโสภาหู..ไม่ค่อยละมุนละม่อมความรู้สึก
แต่คงต้องยอมรับว่า...
ประโยคนี้เป็นคำเตือนให้เราเห็นสัจธรรมชีวิตว่า
ทุกคนบนโลกนี้ล้วนมีชีวิตเดี่ยวๆ
เพียงแต่มีการเกาะเกี่ยวสายสัมพันธ์กับคนอื่นๆ
ตามธรรมชาติของการใช้ชีวิตในสังคม
ที่ต้องมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในเรื่องต่างๆ
แต่ความจริงก็คือ...
เราต้องหัดเดินอยู่บนถนนชีวิตด้วยตัวเอง
ต้องรู้จักใช้ชีวิตด้วยตัวเอง และต้องรู้จักอยู่กับตัวเอง
เพื่อที่ว่า..วันที่ไม่มีใครคอยประคอง
ชีวิตจะสามารถยืนหยัดและสามารถเดินต่อไปได้
พอบอกว่าต้องใช้ชีวิตเอง..ต้องคิดเอง..
ต้องไปไหนเอง..ต้องทำอะไรเอง..
หลายคนอาจรู้สึกผวาและไม่มั่นใจ
แต่ความจริงแล้วการหาเวลาปลีกวิเวก
ลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองตามลำพังเสียบ้างเป็นเรื่องดี
เราจะได้เรียนรู้ตัวเองเพิ่มขึ้นว่า..
- เราสามารถไปไหน ทำอะไรคนเดียวได้หรือเปล่า
- เรามีจิตใจที่เข้มแข็งพอจะดูแลตัวเองได้ไหม
- เรามีความคล่องตัวในการใช้ชีวิตแค่ไหน
- เราสามารถเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้หรือไม่
ฯลฯ
บางที..เราอาจได้คำตอบว่าเราดูแลตัวเองได้น้อยมาก
เป็นโรคกลัวความโดดเดี่ยว
ต้องมีเพื่อนช่วยคิดช่วยเหลือตลอดเวลา
หรือเราอาจได้คำตอบว่าเราสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ใช้ชีวิตได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องพึ่งพาใครมากมาย
คำตอบที่ได้..จะช่วยให้เรารู้จักและมองเห็นตัวเอง
ทำให้เรารู้ว่าเราควรปรับเปลี่ยนตัวเองยังไง
ต้องเพิ่มหรือลดเรื่องไหน
เพื่อให้ตัวเองมีศักยภาพในการใช้ชีวิตดีขึ้น
การได้ต่อสู้ดิ้นรนแบบตัวคนเดียวโดดๆ
จะช่วยให้ความคิดและจิตใจแข็งแกร่ง
การที่เราได้ทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเอง
จะทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น
และไม่เป็นตัวภาระสำหรับคนอื่น
แต่ตราบใดที่เราไม่ยอมปล่อยมือจากคนอื่น
ยังทำตัวเป็นน้องพึ่งพา มองหาที่พึ่งพิงอยู่เป็นนิจ
วันๆได้แต่ชะเง้อหาคนช่วยเหลือเรื่องนั้นเรื่องนี้
เราจะไม่มีวันแข็งแรง..ไม่มีวันบินเดี่ยวได้
และไม่มีทางมีชีวิตอยู่อย่างอาจหาญ
คนที่อยู่ไม่ได้ด้วยตัวเองนี่..ค่อนข้างลำบากนะ
ต่อให้หาคนช่วยได้ทุกเรื่อง
แต่ก็ต้องผจญความลำบากอยู่ดี
ลำบากตรงที่ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ค่อยได้ไงล่ะ
ต้องนั่งคอยความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว
ถ้าไม่มีคนทำให้..ไม่มีใครช่วย
ชีวิตก็ไม่ต่างอะไรจากคนเป็นอัมพาต
เพราะคิด-ทำอะไรเองแทบไม่เป็นเลย
ถ้าใครปล่อยให้ตัวเองเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
ชีวิตจะกระท่อนกระแท่นไปจนตาย
บางคนแย้งบอกว่า..
"คนเราต้องพึ่งพากันสิ..
ใครจะไปทำอะไรด้วยตัวเองได้ทุกอย่างล่ะ"
ก็ใช่อยู่หรอกนะ..แต่การพึ่งพาช่วยเหลือในเรื่องต่างๆต้องมีลักษณะ " ซึ่งกันและกัน "
คือเราอาจขอความช่วยเหลือบ้างในบางครั้ง
และเราสามารถให้ความช่วยเหลือได้ในบางคราว
แบบนี้เขาถึงจะเรียกว่าการพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำตัวเป็นชาวเกาะ
คอยเกาะหาความช่วยเหลืออีกฝ่ายอยู่ร่ำไป
สำหรับใครที่ชีวิตนี้..
ฉันไปไหนมาไหน-ทำอะไรคนเดียวไม่ได้แน่ๆ
ขอให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่
อย่าเพิ่งสบประมาทตัวเองแบบนั้น
เราเกิดมามีชีวิตได้ถึงทุกวันนี้
แปลว่าเราต้องมีความสามารถพอตัว
ถ้าเรารู้จักฝึกใช้ชีวิตตามลำพังให้ได้
เราจะค่อยๆแกร่งตามลำดับ
เรื่องไหนที่เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ยากเย็นนัก
เราก็หัดลงมือสะสางเรื่องพวกนั้นเอง
เมื่อเราได้ทำอะไรมากขึ้น
เราจะเกิดความรู้สึกดีกับตัวเอง
ต่อไปเราจะอยากทำอะไรด้วยตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนเรื่องยากๆ ที่เราไม่เคยทำ-เพราะคิดว่าทำไม่ได้
เลยส่งต่อให้คนอื่ยช่วยจัดการให้
ก็ให้ทดลองหยิบจับมาทำเองดูสักตั้ง
ทำได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที
ขออย่างเดียว..ขอให้ลองทำดูก่อน..
จับพลัดจับผลูเกิดทำได้ขึ้นมาจะได้กรี๊ดให้ตัวเองสักสามทีว่า
" ฉันทำด้ายยยย.. "
แต่ถ้าลองทำแล้วปรากฏว่าไม่รอดก็ไม่เป็นไร
อย่างน้อยก็ได้ลองทำแล้ว
เห็นไหม..แค่นี้เอง
แค่พยายามทำอะไรด้วยตัวเองให้ได้
เรื่องที่ทำไม่ได้.ให้ทำให้เป็นบ้าง
เรื่องที่พอทำได้..ให้ทำให้ดีขึ้น
เรื่องที่ทำได้ดีอยู่แล้ว..ให้ทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
เท่านี้เราก็สามารถเป็น " เดี่ยวมือหนึ่ง "
สามารถใช้ชีวิตเดี่ยวๆ ได้แบบไม่หวาดกลัวอีกต่อไป
ทีนี้ละ..ไม่ว่าจะต้องมีชีวิตอยู่ตามลำพัง
หรือใช้ชีวิตร่วมกับใครก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว
เพราะเรามีตัวเราเป้นที่พึ่งที่เข้มแข็งและไว้ใจได้
เหมือนอย่างที่..
Sir Winston Churchill รัฐบุรุษชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่า..
" Solitary trees, if they grow at all, grow strong "
( ต้นไม้ที่ขึ้นอย่างโดดเดี่ยว ถ้าเติบโตเองได้ จะเป็นต้นไม้ที่แกร่ง )
การพยายามดูแลชีวิตตัวเองให้ได้ในทุกๆเรื่อง
อาจทำให้เราเมื่อยล้าเบื่อหน่าย
อาจทำให้ท้อถอยหมดกำลัง
อาจทำให้เรารู้สึกเงียบเหงาเดียวดาย
แต่การมีชีวิตโดยยืนอยู่บนขาของตัวเอง
ย่อมดีกว่ามีชีวิตโดยอาศัยขาของคนอื่น
..ไม่ใช่หรือ?..
- - - - - - - - - - - - - - - - - -เรื่องส่วนตัวหากไม่ต้องการอ่าน ท่านสามารถเลือกที่จะปิดได้.. ???
เธอ.. ที่รัก
ไม่มีไร อยากพูดถึงเฉยๆ
สรุปคือ..อยากกวนทีน.. เปล่าๆ ล้อเล่น แฮะ ๆ
ผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ กับอีก 2 วัน แปลก ๆ ดี..
แปลกที่ยังเหมือน ๆ เดิม
เธอที่เป็นเธอ กับฉันที่เป็นฉัน
เราพูดคุยมากกว่าปกตินะในแต่ละวันว่าไหม
แต่ก็ไม่รู้สินะ ก็แค่ฉันอยากคุยกับเธอก็เท่านั้นเอง
แปลกที่ฉันยิ่งคุยกับเธอฉันก็ยิ่งรักเธอ..
เธอบอกว่าไม่อยากคิดเรื่องแย่ ๆ ในอนาคตใช่ไหม ?
ฉันเองก็ไม่อยากคิดถึงเหมือนกัน
มันก็คงมีต้องบ้างที่จะเข้ามาเป็นเรื่องปกติ
แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถรู้อนาคตที่จะเกิดขึ้นจริงๆได้
เพราะงั้นก็อย่าคิดอะไรมากดีกว่าไหม..
" อย่าคิดอะไร " ไม่ได้หมายความว่า
เราไม่ใส่ใจกัน..
ฉันว่าเธอเข้าใจที่ฉันพูดแฮะ..
ก็ เธอเองเริ่มพอจะเดาความคิดฉันออกบ้างแล้วนี่นะ
บางทีฉันอาจพาเธอเป็นคนคิดมากไปด้วยหรือเปล่าเนี่ย
ก็ฉันมันเป็นคนมีปัญหา คิดไรไปเรื่อย
คงต้องไปหัดนั่งสมาธิอย่างที่แม่ฉันและเธอว่าอ่านะ
เผื่อจะมีบ้างสักหลายๆนาที ที่ความคิดหยุดทำงาน.. ซึ่งไม่มีทาง - -*
เธอ.. จะเจ้าชู้บ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา
แต่ฉันมันอดไม่ได้ที่จะหวงน่ะนะ จะแสดงออกก็ไม่รู้ว่าแบบไหนมันเหมาะ
ก็เลย.. นิ่งๆไปก่อนละกัน ไม่อยากระเบิด ดูไม่ดี ฟังดูน่ากลัวเนอะ 55+
รู้ไว้นะ.. เธอทำให้ฉันหึงได้เสมอแหละ
อย่าแปลกใจที่เห็นฉันนิ่ง เพราะนั่นแหละ นิสัยพื้นฐานของฉันเองแหละ
มีอะไรนิ่งไว้ก่อน แล้วคิดตาม.. พร้อมแก้ไข..
PS*
*รักเธอ
*คิดถึงเธอ
*เจ้าชู้ไม่รู้ตัว หึ ๆ ๆ
* ขอ ติด TAG ไว้ก่อนนะ พี่บี เดี๋ยวตอบจ้า Entry หน้า
